ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ที่ดินชัวร์TEEDIN SURE ฝากขายที่ดิน

หน้าแรก › ความรู้ที่ดิน › ผังเมืองและพัฒนาโครงการ

จัดสรรที่ดินคืออะไร แบ่งขายกี่แปลงต้องขออนุญาต ตามพ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน

เขียนโดย ทีมงานที่ดินชัวร์ (บริษัท เอ็นเจ แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด สำนักงานช่างรังวัดเอกชน ใบอนุญาต 351) · เผยแพร่ 5 ต.ค. 2569 · ตรวจทานล่าสุด 5 ต.ค. 2569 · ฉบับที่ 1

แบ่งขายที่ดินตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไปเข้าข่ายจัดสรรที่ดินต้องขออนุญาต สรุปเกณฑ์ ขั้นตอน สาธารณูปโภค การพ้นหน้าที่บำรุงรักษา และความเสี่ยงหากไม่ขออนุญาต

เมื่อแบ่งที่ดินเป็นแปลงย่อยขายถึงจำนวนหนึ่ง กฎหมายถือเป็น "การจัดสรรที่ดิน" ซึ่งต้องขออนุญาตก่อน บทความนี้สรุปหลักตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เพื่อความเข้าใจทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นต่อกรณีใด

เมื่อไรเข้าข่ายการจัดสรรที่ดิน

มาตรา 4 นิยามการจัดสรรที่ดินว่า คือการจำหน่ายที่ดินที่แบ่งเป็นแปลงย่อยรวมกันตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไป จากที่ดินแปลงเดียวหรือหลายแปลงที่มีพื้นที่ติดต่อกัน โดยได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์เป็นค่าตอบแทน และรวมถึงกรณีที่แบ่งไว้ไม่ถึงสิบแปลง แล้วแบ่งแปลงเดิมเพิ่มภายในสามปีจนครบสิบแปลงขึ้นไป

มาตรา 21 ห้ามผู้ใดจัดสรรที่ดินเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ และมาตรา 22 ให้เจ้าพนักงานที่ดินแจ้งให้ยื่นขอจัดสรรและรอการแบ่งแยกไว้ก่อน หากมีผู้ขอแบ่งแยกตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไปและไม่อาจแสดงให้เชื่อได้ว่าไม่ใช่เพื่อการจัดสรร ควรสอบถามสำนักงานที่ดินเรื่องการนับแปลง

ใครอนุญาต และขั้นตอนใหญ่

  • ขั้นที่ 1: ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือสาขาท้องที่ พร้อมโฉนดหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แผนผังแปลงย่อย โครงการสาธารณูปโภค แผนบำรุงรักษา และแบบสัญญาจะซื้อจะขาย
  • ขั้นที่ 2: คณะกรรมการจัดสรรที่ดิน (ของ กทม. หรือของจังหวัด) พิจารณา ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่ได้รับคำขอ
  • ขั้นที่ 3: ที่ดินที่มีจำนองต้องมีความยินยอมของผู้รับจำนอง และมีธนาคารค้ำประกันการทำสาธารณูปโภค
  • ขั้นที่ 4: ออกใบอนุญาต แล้วจดแจ้งในโฉนดว่าที่ดินอยู่ภายใต้การจัดสรร
  • ขั้นที่ 5: ทำโครงการตามแผน โฆษณาตรงกับที่ขออนุญาต ใช้สัญญาตามแบบ

สาธารณูปโภคที่ต้องทำ

สาธารณูปโภคคือสิ่งอำนวยประโยชน์ที่ผู้จัดสรรจัดให้ผู้ซื้อใช้ร่วมกันตามแผนผังโครงการที่ได้รับอนุญาต กฎหมายยกตัวอย่างถนน สวน และสนามเด็กเล่น รายการและมาตรฐานของแต่ละโครงการดูจากแผนผังที่ได้รับอนุญาตและกฎกระทรวงหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ที่ดินสาธารณูปโภคปลอดจากภาระจำนอง และห้ามโอนให้ผู้อื่น เว้นแต่ตามกฎหมายจัดสรรหรือกฎหมายเวนคืน

การบำรุงรักษาและการโอนเป็นสาธารณประโยชน์

สาธารณูปโภคตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร ผู้จัดสรรต้องบำรุงรักษาให้ใช้งานได้ตามปกติ และต้องมีสัญญาค้ำประกันการบำรุงรักษา ผู้จัดสรรจะพ้นหน้าที่ได้เมื่อครบกำหนดระยะบำรุงรักษาที่ระบุในโครงการ และมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งตามลำดับ คือผู้ซื้อตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมารับโอนไปดูแล หรือผู้จัดสรรอุทิศทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์ หรือได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ดำเนินการอย่างอื่น

ถ้าผู้จัดสรรไม่ทำ ผู้ซื้อไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของแปลงที่จำหน่ายแล้วยื่นขอตั้งนิติบุคคลได้ กฎหมายฉบับที่ 3 พ.ศ. 2568 แก้มาตราเหล่านี้ มีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569

ความเสี่ยงของการแบ่งขายโดยไม่ขออนุญาต

ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 21 มีโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงหนึ่งแสนบาท (มาตรา 59) ส่วนโฆษณาไม่ตรงกับที่ขออนุญาตปรับห้าหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท (มาตรา 61)

สำหรับผู้ซื้อ หลักประกันหลายอย่างในกฎหมายนี้ เช่น แบบสัญญา การโอนปลอดจำนอง และการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค เขียนไว้ให้ "ผู้จัดสรรที่ดิน" ซึ่งหมายถึงผู้ได้รับใบอนุญาต โครงการที่ไม่ได้รับอนุญาตจึงอาจขาดหลักประกันเหล่านี้ ก่อนซื้อควรขอดูใบอนุญาต ตรวจหมายเหตุในโฉนด และค้นโครงการในระบบของกรมที่ดิน

ทีมช่วยตรวจเอกสารและแนวเขตของแปลงก่อนซื้อได้ ส่วนใบอนุญาตและสถานะโครงการต้องยืนยันกับสำนักงานที่ดินเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

แบ่งขายที่ดินกี่แปลงถึงต้องขออนุญาตจัดสรร
นิยามในมาตรา 4 พูดถึงการจำหน่ายที่ดินที่แบ่งเป็นแปลงย่อยรวมกันตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไป และรวมกรณีแบ่งไม่ถึงสิบแปลงแล้วแบ่งเพิ่มภายในสามปีจนครบสิบแปลง การนับแปลงของแต่ละกรณีควรสอบถามสำนักงานที่ดินท้องที่
แบ่งขายตั้งแต่สิบแปลงโดยไม่ขออนุญาตมีโทษอะไร
มาตรา 59 กำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนมาตรา 21 คือจำคุกไม่เกินสองปีและปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงหนึ่งแสนบาท นอกจากนี้เจ้าพนักงานที่ดินอาจให้ยื่นขอจัดสรรและรอการแบ่งแยกที่ดินไว้ก่อนตามมาตรา 22 ควรปรึกษาทนายหรือสำนักงานที่ดินก่อนแบ่งขาย
ใครมีหน้าที่ดูแลถนนและสาธารณูปโภคในหมู่บ้านจัดสรร
เป็นหน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินจนกว่าจะพ้นหน้าที่ตามมาตรา 44 เช่น ผู้ซื้อตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมารับโอน หรือผู้จัดสรรอุทิศให้เป็นสาธารณประโยชน์ หรือได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ รายละเอียดแต่ละโครงการดูจากแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต
กฎหมายจัดสรรที่ดินฉบับที่ 3 พ.ศ. 2568 มีผลเมื่อไร
สำนักประชาสัมพันธ์แจ้งว่ามีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569 โดยแก้ไขเรื่องการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค การพ้นหน้าที่ของผู้จัดสรร การจัดตั้งนิติบุคคล และค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ตรวจตัวบทฉบับล่าสุดกับกรมที่ดินหรือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนใช้อ้างอิง
ตรวจได้อย่างไรว่าโครงการมีใบอนุญาตจัดสรร
ค้นข้อมูลโครงการได้ในระบบค้นหาข้อมูลจัดสรรที่ดินและอาคารชุดของกรมที่ดิน ขอดูใบอนุญาตที่ผู้จัดสรรต้องแสดงไว้ที่สำนักงานโครงการ ตรวจหมายเหตุในโฉนด และสอบถามสำนักงานที่ดินท้องที่เพื่อยืนยันอีกครั้ง

แหล่งอ้างอิง

  1. สถาบันนิติธรรมาลัย: พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 1–6 (ฉบับแก้ไขล่าสุด) (5 ต.ค. 2569)
  2. สถาบันนิติธรรมาลัย: หมวด 2 การขออนุญาตจัดสรรที่ดิน (มาตรา 21–30) (5 ต.ค. 2569)
  3. สถาบันนิติธรรมาลัย: หมวด 3 การดำเนินการจัดสรรที่ดิน (มาตรา 31–42) (5 ต.ค. 2569)
  4. สถาบันนิติธรรมาลัย: หมวด 4 การบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ (มาตรา 43–53) (5 ต.ค. 2569)
  5. สถาบันนิติธรรมาลัย: หมวด 6 บทกำหนดโทษ (มาตรา 58–66) (5 ต.ค. 2569)
  6. สำนักประชาสัมพันธ์: กฎหมายจัดสรรที่ดินฉบับใหม่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ 1 มีนาคม 2569 (5 ต.ค. 2569)
  7. กรมที่ดิน: ถาม-ตอบ การจัดตั้งนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน ฉบับที่ 3 มาตรา 44 (5 ต.ค. 2569)
  8. กรมที่ดิน: ระบบค้นหาข้อมูลจัดสรรที่ดินและอาคารชุด (5 ต.ค. 2569)
  9. กรมที่ดิน: คู่มือประชาชน การจัดสรรที่ดิน (5 ต.ค. 2569)

บริการที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความรู้ ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ และไม่ใช่การรับรองกรรมสิทธิ์ของแปลงใด — ก่อนตัดสินใจซื้อขายหรือยื่นเรื่อง ควรตรวจเอกสารจริงและสอบถามผู้เชี่ยวชาญ

บทความที่เกี่ยวข้อง